เช้าวันนั้นราชสำนักเทียนเหิงสงบเช่นทุกวัน
ขุนนางเข้าแถวเอกสารถูกถือไว้แนบอกพิธีการดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบไม่มีใครรู้ว่าคำสั่งหนึ่งฉบับกำลังจะถูกเรียกคืนจากอดีต
จ้าวเหยียนเซวียนประทับบนราชบัลลังก์พระพักตร์เรียบเฉยราวกับไม่มีสิ่งใดในใต้หล้าสามารถสั่นคลอนพระองค์ได้
แต่เส้นเหตุและผลในสายตากำลังค่อย ๆ รัดแน่นเหมือนบ่วงที่มองไม่เห็น
"วันนี้"พระองค์ตรัสเสียงนิ่ง"朕 มีพระประสงค์ให้ตรวจทานเอกสารเก่า"
ถ้อยคำเรียบง่ายแต่ทำให้ลมหายใจของใครบางคนสะดุด
"โดยเฉพาะคำสั่ง"พระองค์ตรัสต่อ"ที่ออกในช่วงปลายรัชกาลก่อนและไม่เคยผ่านการทบทวนซ้ำ"
ทั่วท้องพระโรงเงียบกริบ
ไม่มีใครค้านเพราะคำสั่งนี้ไม่มีช่องให้คัดค้าน
หลินชิงอวี้ยืนอยู่ข้างราชบัลลังก์ปลายนิ้วแตะกำไลหยกเสียงหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติดังขึ้นในโสตประสาทของนางชัดเจน…เกินไป
จ้าวอวิ๋นเซียวกวาดตามองไปในหมู่ขุนนางภาพหนึ่งผุดขึ้นทันทีชายคนเดิมมือเย็นเหงื่อซึมเหมือนวันที่เขาจุ่มพู่กันเมื่อสิบปีก่อน
"เขายังจำมันได้"รัชทายาทกล่าวเสียงต่ำ"และมันก็ยังจำเขา"
จ้าวหลิงเยว่ยืนอยู่เงียบ ๆสายตามองเส้นอนาคตที่เคยแตกแขนงกำลังรวมกันเป็นเส้นเดียว
ไม่มีทางหนีไม่มีทางเงียบ
เพราะกับดักนี้ไม่ได้ถูกตั้งด้วยกำลังแต่ตั้งด้วย "เวลา"
โม่ซือนั่งอยู่ใต้บัลลังก์หางขยับช้า ๆดวงตาสีทองจับจ้องไปยังชายผู้หนึ่งที่เริ่มขยับตัวไม่เป็นธรรมชาติ
ในที่สุดเขาก้าวออกมาจากแถว
เสียงฝีเท้าของเขาดังเกินไปในความเงียบ
ชายผู้นั้นทรุดลงคุกเข่าหน้าผากแนบพื้นหินไหล่สั่น
"กระหม่อม…มีเรื่องต้องกราบทูล"
ไม่มีใครเร่งไม่มีใครขัด
เพราะทุกคนรู้ดีว่าคำพูดที่กำลังจะหลุดออกมาถูกบ่มเพาะมานานกว่าสิบปี
"เมื่อสิบปีก่อน"เขากลืนน้ำลาย"มีคำสั่งฉบับหนึ่งที่ไม่ควรถือว่าเป็นพระราชโองการ"
เสียงนั้นไม่ดังแต่กลับก้องไปทั่วท้องพระโรง
"คำสั่งนั้น…เปิดช่องให้ 'จัดการ'โดยไม่ต้องรายงาน"
มือของเขากำแน่นเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองพูดอะไรออกไป
จ้าวเหยียนเซวียนมองเขาสายตานิ่งไม่ตื่นเต้นไม่พอใจไม่ซักถาม
เพราะสิ่งที่พระองค์ต้องการไม่ใช่คำอธิบายแต่คือ "การยอมรับว่ามันมีอยู่จริง"
"ใครเป็นผู้เสนอคำสั่งนั้น"พระองค์ตรัสในที่สุด
ชายผู้นั้นนิ่งไปราวกับกำลังต่อสู้กับตัวเอง
แล้วจึงก้มศีรษะลงต่ำกว่าเดิม
"กระหม่อม…ไม่อาจกล่าวชื่อได้เพราะคำสั่งนั้นถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้มีชื่อของผู้สั่ง"
ทั่วท้องพระโรงไม่มีใครกล้าหายใจแรง
หลินชิงอวี้หลับตาลงช้า ๆเสียงหนึ่งดังชัดในความรู้สึกของนาง
— พอแล้ว— มันพูดออกมาแล้ว
จ้าวหลิงเยว่ยิ้มบางเส้นอนาคตนิ่งสนิทไม่มีทางแยกอีกต่อไป
โม่ซือกระซิบเสียงเบาเหมือนพูดกับเวลาเอง
"เมื่อคำสั่งยอมรับว่ามันมีอยู่คนที่อยู่หลังคำสั่งก็ไม่อาจหลบอยู่ในเงาได้อีก"
จ้าวเหยียนเซวียนเอนพระวรกายเล็กน้อยพระเนตรสงบแต่หนักแน่น
"พอแล้ว"พระองค์ตรัส
ไม่มีการเรียกทหารไม่มีการตะโกนไม่มีการตัดสินในที่สาธารณะ
เพราะกับดักนี้ไม่ต้องการเสียง
มันต้องการเพียงให้ความจริงเดินออกมาด้วยขาของตัวเอง
และมันก็ทำได้แล้ว
